แฟนหงส์เฮลั่น! ชนะผีท้ายเกมส์2-1
110 30 ม.ค. 2555

แฟนหงส์เฮลั่น! ชนะผีท้ายเกมส์2-1
ข่าวฟุตบอล เดิร์ค เค้าท์ กลายเป็นฮีโร่ของทีม 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล เมื่อมาทำประตูชัยในช่วงก่อนหมดเวลา 2 นาทีเท่านั้น ให้ทีมเอาชนะ 'ปีศาจแดง' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างหวุดหวิด 2-1 เขี่ยคู่อริตกรอบเอฟเอ คัพ
เอฟเอ คัพ รอบ 4
วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2555
สนาม : แอนฟิลด์
ลิเวอร์พูล 2 : 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ประตู : 1-0 แอกเกอร์ น.21, 1-1 ปาร์ค น.39, 2-1 เค้าท์ น.88
ไฮไลท์การทำประตูในเกมนี้
ครึ่งแรก
ลิเวอร์พูล มีการปรับทัพโดยใช้แอนดี้ แคร์โรลล์ ยืนหัวหอกตัวจริง และในแนวรับมีเจมี่ คาร์ราเกอร์ ลงมาช่วยงานด้วย ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บแทบครึ่งทีมโดยเกมนี้มาขาดเพิ่มทั้งฟิล โจนส์, นานี่ และเวย์น รูนี่ย์ ทำให้ต้องใช้ แดนนี่ เวลเบ็ค ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าแทน
เกมเปิดฉากมาในนัดนี้ มักซี่ ขอยิงทักทายให้ ลิเวอร์พูล ก่อนจากการซัดระยะ 25 หลาแต่ว่าไม่มีลุ้น ดาวิด เด เคอา รับได้สบายๆ ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ลุ้นเหมือนกันในนาทีที่ 8 จากการเปิดของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จากฝั่งขวาเข้ามา พาร์ค ชี ซฮง แปะบอลคืนให้กับ กิ๊กส์ ซัดเต็มข้อด้วยขวาแต่ว่าตรงตัว โฆเซ่ เรน่า
จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อวาเลนเซีย ได้ลุยแหวกมักซี่ มาก่อนซัดติดไซด์ก้อยบอลผ่านมือ เรน่า ไปแล้วแต่ไปชนเสาเข้าเต็มๆ เจ้าบ้านเลยรอดตัวอย่างหวุดหวิด
อีก 4 นาทีถัดมา ลิเวอร์พูล มาได้ประตุออกนำไปก่อน 1-0 เมื่อได้ลูกเตะมุม สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดบอลเข้ามากลางประตูถึง ดาเนี่ยล แอกเกอร์ ขึ้นโขกเต็มๆเข้าประตูไป
เจ้าบ้านชักได้ใจขอลุ้นต่อเมื่อได้สวนกลับ เจอร์ราร์ด ได้บอลกลางสนามก่อนลากโซโล่มาถึงกรอบประตู ก่อนตัดสินใจยิงเองด้วยขวาแต่บอลไม่เข้ากรอบ ก่อนที่เกมของลิเวอร์พูล จะแผ่วไปปล่อยให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้บุกมากขึ้นเรื่อยๆ
นาทีที่ 39 แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เล่นได้เหนือกว่าก็ตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ ราฟาเอล แย่งบอลได้จาก โฆเซ่ เอ็นริเก้ ก่อนสลัดหลุดแล้วเปิดมาให้ พาร์ค วอลเล่ย์ ด้วยขวาตูมเดียวจบเสียบตาข่ายสวยงาม เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ซึ่งเป็นประตูปิดท้ายครึ่งแรกด้วยเพราะไม่มีฝ่ายใดทำอะไรกันได้อีก
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 56 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบเสียท่าง่ายๆ เมื่อ ดาวิด เด เคอา ได้บอลคืนหลังมาแต่จ่ายบอลช้าโดน ดาวนิ่ง ตัดบอลได้ แต่จังหวะสุดท้ายเปิดไปติดอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่อีกครั้งจะเป็นโอกาสของ แคร์โรลล์ ที่ได้บอลในเขตโทษเมื่อ ราฟาเอล ตัดบอลแล้วลื่นล้มเองในเขตโทษ แต่จังหวะกลับตัวยิงไปติดบล็อกของ สมอลลิ่ง โดยแคร์โรลล์ พยายามร้องขอจุดโทษแต่ไม่สำเร็จ
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เสียวบ้างเมื่อ เวลเบ็ค ได้บอลจ่ายทะลุช่องจนได้หลุดไปดวลกับ เรน่า ที่พยายามออกมาตัดบอลนอกเขตโทษแต่พลาด โดนแตะหลบได้แต่แต่งบอลยาวไปโดน สเคอร์เทล ตามมาสกัดได้อย่างหวุดหวิด
ลิเวอร์พูล ไม่ดีขึ้นทำให้ ดัลกลิช ตัดสินใจถอด คาร์ราเกอร์ และ มักซี่ ออกให้ชาร์ลี อดัม กับ เดิร์ค เค้าท์ ลงสนามมาแทน ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลาของ เจอร์ราร์ด แต่ปั่นโค้งเบาเกินไป เด เคอา บินไปเซฟได้
นาทีที่ 67 แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เริ่มแผ่วไปเกือบมีเฮ เมื่อคาร์ริค ได้ลองยิงหักข้อด้วยซ้ายระยะ 25 หลาบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป ก่อนที่ ดัลกลิช จะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายแบบช็อกแฟนๆเมื่อถอดกัปตันอย่าง เจอร์ราร์ด ออกและให้เบลลามี่ ลงสนามแทน
แมนฯ ยูไนเต็ด ส่ง ฮาเวียร์ 'ชิชาริโต้' เอร์นานเดซ ลงมาแทนสโคลส์ เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได่้ทำให้เกมดีขึ้น ส่วนเกมเป็นทางเจ้าบ้านที่ครองบอลมากกว่าแต่แทบทำอะไรไม่ได้เลย จะมีลุ้นก็นาทีที่ 82 จากจังหวะการหลุดไปเปิดทางซ้ายของดาวนิ่ง เข้ามาให้ เคาท์ ขึ้นโหม่งแต่ก็เบาและไม่เข้ากรอบ
ก่อนหมดเวลา 4 นาที ทีมเยือนทำได้ดีเมื่อ วาเลนเซีย ได้บอลสาดจากเด เคอา ก่อนเอาบอลลงแล้วกระชากหนี เอ็นริเก้ แล้วเปิดมาเสาไกลถึง เวลเบ็ค เก็บเอาบอลลงแต่ไม่มีมุมยิง สุดท้ายลากตัดมาซัดแต่ก็ข้ามคานออกไปเยอะ
แต่ในนาทีถัดมา ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูนำ 2-1 อีกครั้งเมื่อ เรน่า เปิดบอลยาวไปในแดนแมนฯ ยูไนเต็ด แคร์โรลล์ โขกเช็ดให้ เคาท์ หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาบอลกระดอนพื้นผ่าน เด เคอา และเหลือเวลาอีกแค่ 2 นาที
เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูฝังทันทีเมื่อ ดาวนิ่ง ได้หลุดไปทางซ้ายก่อนหยอดไปเสาไกล แคร์โรลล์ ขึ้นโขกย้อนศรเน้นๆแต่ไปชนคาน บอลกระเด้งมาเข้าทาง เคาท์ ตามซ้ำแต่ว่าก็ถากเสาออกไปแบบไม่มีใครอยากเชื่อ
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : เปเป้ เรน่า, เจมี่ คาร์ราเกอร์(เค้าท์ น.63), ดาเนียล แอกเกอร์ , มาร์ติน สเคอร์เทล, โฆเซ่ เอ็นริเก้, มาร์ติน เคลลี่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด(เบลลามี่ น.72), สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, มักซี่ โรดริเกซ(อดัม น.63), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ แคร์โรลล์
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : โดนี่, เกล็น จอห์นสัน, เซบาสเตียน โคอาเตส, จอนโจ้ เชลวี่ย์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เกอา, ปาทริซ เอฟร่า, ราฟาเอล , จอนนี่ อีแวนส์, คริส สมอลลิ่ง, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์(เบอร์บาตอฟ น.90), พอล สโคลส์(เอร์นานเดซ น.76), ปาร์ค จี ซุง , อันโตนิโอ วาเลนเซีย, แดนนี่ เวลเบ็ค
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : ลินเดการ์ด, ไมเคิ่ล คีน, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ฟาบิโอ, พอล พ็อกบา










Commemt
blog comments powered by Disqus