ปลอมรูปคนสวยในเฟสบุ๊ค ผู้ชายรู้ความจริงตีจาก เครียดกระโดดตึก

ปลอมรูปคนสวยในเฟสบุ๊ค ผู้ชายรู้ความจริงตีจาก เครียดกระโดดตึก
ปลอมรูปคนสวยในเฟสบุ๊ค ผู้ชายรู้ความจริงตีจาก เครียดกระโดดตึก

 

นศ.สาวนครปฐมเครียดใช้คัทเตอร์จ่อคอขู่โดดตึก หลังหนุ่มที่รู้จักทางเฟซบุ๊กตีตัวออกห่าง ใช้เวลากล่อมร่วม 5 ชม.ยอมลง ขณะที่หนุ่มต้นเหตุเผย เพราะเห็นตัวจริงไม่สวยเหมือนภาพที่โพสต์ ด้านครูเผย นศ.สาวเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เตรียมเรียกประชุมผู้ปกครองหาทางป้องกัน…

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 ก.พ. พ.ต.ท.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาใน จ.นครปฐม ว่ามีนักศึกษาหญิงกำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย บนดาดฟ้าชั้น 6 อาคาร 1 หลังรับแจ้งจึงรายงาน พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม รวมทั้งวิทยุแจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครปฐม รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนดาดฟ้าชั้น 6 อาคาร 1 ภายในวิทยาลัย พบนักศึกษาหญิง ทราบชื่อคือ น.ส.แพร (นามสมมติ) เรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 2 ยืนอยู่ริมกำแพงบนดาดฟ้า ใส่ชุดกีฬาเสื้อสีฟ้า กางเกงยืดสีดำ เดินวนไปวนมา ท่าทีกระวนกระวาย บ่นพึมพำตลอดเวลา มือขวากำคัดเตอร์จ่อที่ลำคอ โดยมีเพื่อนๆ และอาจารย์ช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่ห่างๆ เนื่องจาก น.ส.แพร อยู่ในอาการเครียด พร้อมขู่ห้ามไม่ให้คนเข้าใกล้ ไม่เช่นนั้นจะกระโดดลงไป เพื่อนๆ และอาจารย์จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

หลังจากนั้น นายประกิต สิริสุวรรณ รอง ผอ.วิทยาลัยดังกล่าว ได้เข้าเจรจาสอบถามความต้องการของ น.ส.แพร ซึ่งอยู่ในอาการเครียดและร้องไห้ตลอดเวลา ก่อนจะบอกให้ไปพานายเลิศ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 3 มาพบ เพราะรู้จักชอบพอกันหลังพูดคุยทางเฟซบุ๊ก แต่ไม่เคยเห็นหน้ากัน เห็นเพียงรูปที่ส่งให้กันเท่านั้น ตำรวจจึงรีบไปตามนายเลิศที่เพิ่งกลับมาพักหลังเดินทางไปฝึก รด. ที่เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 1 เดือน เมื่อนายเลิศทราบเรื่องก็รีบมาพูดคุยกับ น.ส.แพร ใช้เวลาพูดคุยกันถึง 1 ชม. ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่ น.ส.แพร ยังไม่ยอมให้นายเลิศเข้าไปใกล้ มือยังยกมีดจ่อคอหอยตลอดเวลา กระทั่งนายเลิศทนอากาศร้อนจัดไม่ไหว ถึงกับเป็นลมล้มพับไป หน่วยพยาบาลและจิตเวช รพ.ศูนย์นครปฐม ต้องรีบเข้าไปช่วยปฐมพยาบาล ก่อนพามาพักที่ชั้น 5

นายเลิศ เปิดเผยว่า เพิ่งจะรู้จักกับ น.ส.แพร เมื่อ 1 เดือนกว่านี้เอง โดยรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก และไม่เคยเห็นหน้ากันแต่อย่างใด เห็นเพียงรูปที่ขึ้นโชว์ในเฟซบุ๊กเท่านั้น ซึ่งรูปที่ น.ส.แพรโพสต์นั้น รูปร่างหน้าตาสวยงามมาก ส่วนตนก็โพสต์ใบหน้าหล่อเหลาของคนอื่นเช่นกัน ก่อนจะแลกเบอร์โทรศัพท์พูดคุยกัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง ต่อมาตนก็สืบดูเพราะเห็นว่าเรียนอยู่วิทยาลัยเดียวกัน พอเห็นตัวจริงของ น.ส.แพรก็พบว่ารูปร่างหน้าตาไม่ใช่อย่างที่ตนคิด ทั้งอ้วนทั้งดำ ไม่สวยเหมือนรูปในเฟซบุ๊ก ตนจึงเลิกติดต่อ ประกอบกับต้องเดินทางไปฝึก รด. เลยไม่ได้คุยกันอีก และตนเพิ่งจะกลับมาเมื่อตอนเย็นวันที่ 20 ก.พ.

ขณะเดียวกัน หลังจากพ่อกับแม่ของ น.ส.แพรทราบเรื่อง ก็รีบเดินทางมาที่วิทยาลัยเพื่อเกลี้ยกล่อมลูกสาว แต่ก็ไม่เป็นผล โดย น.ส.แพร บอกว่า หากพ่อแม่ไม่กลับไป จะกระโดดตึกเดี๋ยวนี้ ตำรวจต้องรีบพาพ่อแม่ลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็ให้ทีมจิตเวชเข้าเกลี้ยกล่อม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ผ่านไป 3 ชม. น.ส.แพรซึ่งอยู่ในอาการเพลียแดดก็ร้องขอน้ำดื่ม เพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งจึงเอาไปให้ ซึ่งน้ำดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ผสมยานอนหลับด้วย ส่วนนายเลิศพออาการดีขึ้นก็ให้กลับไปพูดคุยอีกครั้ง เพราะเป็นคนเดียวที่ น.ส.แพร ให้เข้าใกล้ที่สุด

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง น.ส.แพร เริ่มมีอาการสะลึมสะลือและคลายมีดที่จ่อคอ นายเลิศจึงรีบคว้ามือแล้วส่งสัญญาณให้ตำรวจเข้าชาร์จ ล็อกมือทั้งสองข้างไว้ จากนั้นหน่วยแพทย์ได้นำตัว น.ส.แพร ส่งไป รพ.ศูนย์นครปฐม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 5 ชม. จึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ