<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0"
    xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
    xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
    xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
    xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
    xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">

    <channel>
    

    

	
		
			<title>news &#45; ข่าวกีฬา</title>
			<link>http://news.showded.com/</link>
			<description></description>
			<dc:language>en</dc:language>
			<dc:creator>jerawan_bo@hotmail.com</dc:creator>
			<dc:rights>Copyright 2012</dc:rights>
			<dc:date>2012-05-17T02:59:09+00:00</dc:date>
			<admin:generatorAgent rdf:resource="http://expressionengine.com/" />

			
				<item>
				  <title>ปิดบัญชี!!! หงส์ ประกาศแยกทาง ดัลกลิช แล้ว</title>
				  <link>/223983_ปิดบัญชี&#45;หงส์&#45;ประกาศแยกทาง&#45;ดัลกลิช&#45;แล้ว</link>
				  <guid>/223983_ปิดบัญชี&#45;หงส์&#45;ประกาศแยกทาง&#45;ดัลกลิช&#45;แล้ว</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223983/Dich.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  เป็นไปตามคาดไม่พลิกโผเมื่อ &quot;หงส์แดง&quot; ลิเวอร์พูล แยกทางกับ เคนนี่ ดัลกลิช &amp;nbsp;เป็นไปตามคาดไม่พลิกโผเมื่อ &quot;หงส์แดง&quot; ลิเวอร์พูล แยกทางกับ เคนนี่ ดัลกลิช หลังทำผลงานในพรีเมียร์ ลีก ย่ำแย่เกินห้ามใจและได้เริ่มต้นกระบวนการเฟ้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่ทันทีแล้ว&amp;nbsp;เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อำลาจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ทำผลงานน่าผิดหวังในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้จะพา &quot;หงส์แดง&quot; คว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ ได้สำเร็จก็ตาม&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การคว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ ของกุนซือวัย 61 ปี ที่น่าจะทำให้เก้าอี้เขาแกร่งอย่างน้อยอีกหนึ่งปีแต่ท้ายที่สุดผลงานในพรีเมียร์ ลีก คือสิ่งที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกดังนั้นการจบแค่ที่ 8 จึงไม่เพียงพอกับเงินที่ลงทุนไปกว่า 100 ล้านปอนด์โดยประเด็นสำคัญอีกอย่างที่ไม่อาจทำให้ กุนซือชาวสกอตต์ ถูกมองว่าคือคนที่ใช่นั่นคือฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานและสู้ทีมเล็กๆ ไม่ได้เยอะเกินไปนั่นเป็นบทสรุปของผลงานในบ้านที่ชนะแค่ 6 จาก 19 นัดเท่านั้น&amp;nbsp;ทั้งนี้ กระแสกุนซือใหม่ ถูกคาดการณ์ไปที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ของ วีแกน ซึ่งนอกจาก มาร์ติเนซ แล้วราฟาเอล เบนิเตซ อดีตนายเก่า ก็เป็นอีกตัวเต็งที่จะมาคุม &quot;หงส์แดง&quot; เป็นคำรบที่สอง]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-17T02:53:56+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ลือ ! หงส์ปิดข่าวเคนนี่อำลาแท่นกุนซือแล้ว</title>
				  <link>/223968_ลือ&#45;หงส์ปิดข่าวเคนนี่อำลาแท่นกุนซือแล้ว</link>
				  <guid>/223968_ลือ&#45;หงส์ปิดข่าวเคนนี่อำลาแท่นกุนซือแล้ว</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223968/Liv.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  &quot;เดอะ ค็อป&quot; นั่งเฝ้าข่าวตาไม่กระพริบแน่นอนหลังลือให้หึ่งว่า เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือเก้าอี้ร้อน&quot;เดอะ ค็อป&quot; นั่งเฝ้าข่าวตาไม่กระพริบแน่นอนหลังลือให้หึ่งว่า เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือเก้าอี้ร้อน เตรียมลงจากตำแหน่ง ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ภายหลังบินไปอเมริกาพร้อมกับสตีฟ คล้าก มือขวาตามคำสั่งของจอห์น เฮนรี่เจ้าของสโมสร&amp;nbsp;สโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 8 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2011&#45;12 รูด ซิปปิดปากเงียบกริบเกี่ยวกับความอึมครึมของอนาคตในตำแหน่งผู้จัดการทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า กุนซือชาวสกอตต์เตรียมแยกทางกับทีมรักในเร็ววันนี้แล้ว หลังจากที่ทำผลงานน่าผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาโดย ผลงานของ ดัลกลิช ถือว่าย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปีรวมถึงผลงานในบ้านที่เคยเป็นหน้าเป็นตาให้ &quot;หงส์แดง&quot; ก็ชนะเพียงแค่ 6 จาก 19 เกมเท่านั้น&amp;nbsp;ว่ากันว่า &quot;เฟนเวย์ กรุ๊ป สปอร์ตส&quot; ได้เสนอตำแหน่งบอร์ดบริหารให้ &quot;คิง เคนนี่&quot; แต่ข่าวการปลดตำนานหมายเลข 7 ผู้นี้ยังไม่มีการยืนยันออกมาแต่คาดว่าในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า &quot;เดอะ ค็อปน่า&quot; จะได้ข้อสรุปอย่างแน่นอน โดยมีกระแสข่าวลือว่า โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ นายใหญ่ วีแกน แอธเลติก อาจผงาดเข้ามารับงานต่อ จาก ดัลกลิช ก็เป็นได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ พลพรรค &quot;หงส์แดง&quot; ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ด้วยสถิติชนะแค่ 14 นัด (เสมอ 10 แพ้ 14) มีเพียง 52 คะแนน ซึ่งถือว่า เป็นสถิติยอดแย่ตลอดกาลของสโมสร นับตั้งแต่ฤดูกาล 1953&#45;54 เป็นต้นมาเลยทีเดียว พร้อมกับทำสถิติยิง 47 ประตูในลีก ที่นับว่า น้อยที่สุดใน รอบ 20 ปี แถมอันดับ 8 ที่ได้มายังเป็นตำแหน่งที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 18 ปีอีกต่างหาก]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-16T07:32:18+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ลุ้นกันตัวโก่ง! แมนฯซิตี้เฉือนคิวพีอาร์ 3&#45;2 คว้าแชมป์พรีเมียร์</title>
				  <link>/223921_ลุ้นกันตัวโก่ง&#45;แมนฯซิตี้เฉือนคิวพีอาร์&#45;3&#45;2&#45;คว้าแชมป์พรีเมียร์</link>
				  <guid>/223921_ลุ้นกันตัวโก่ง&#45;แมนฯซิตี้เฉือนคิวพีอาร์&#45;3&#45;2&#45;คว้าแชมป์พรีเมียร์</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223921/City.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นัดชี้ชะตาแชมป์ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า”แมนฯ ซิตี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นัดชี้ชะตาแชมป์ระหว่าง &amp;ldquo;เรือใบสีฟ้า&amp;rdquo;แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูง และ&amp;ldquo;ปีศาจแดง&amp;rdquo;แมนฯ ยู รองจ่าฝูงที่มี 86 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียแมนฯ ซิตี้ดีกว่า&amp;nbsp;โดยที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม แมนฯ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส เกมครึ่งแรกเป็นไปตามคาด แมนฯ ซิตี้ ครองบอลมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาด กระทั่งนาที 39 ความพยายามของเจ้าถิ่นมาประสบผล ยาย่า ตูเร่ แทงทะลุช่องให้ ปาโบล ซาบาเลต้า หลุดเข้าไปยิงบอลพุ่งถูกมือ ไซมอน มิกโนเล็ต แต่ยังแรงพอที่จะข้ามเส้นเข้าประตูไปให้ซิตี้นำ 1&#45;0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครึ่งหลังนาที 48 จูเลียน เลสคอตต์ พลาดโหม่งคืนหลังไม่ดีถูก ฌิบริล ซิสเซ่ ฉกบอลเข้าไปยิงหนีมือโจ ฮาร์ท ให้คิวพีอาร์ตีเสมอเป็น 1&#45;1&amp;nbsp; สถานการณ์ของคิวพีอาร์ที่กำลังจะดีขึ้นกลับต้องแย่ลงภายในชั่วพริบตา เมื่อโจอี้ บาร์ตั้น มิดฟิลด์เลือดร้อนไปชักศอกใส่คาร์ลอส เตเบซ ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนาม ในนาที 54&amp;nbsp;แมนฯ ซิตี้ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นโหมบุกหนัก แต่กลับเป็นคิวพีอาร์ ที่ได้ประตูนำ 2&#45;1 ในนาที 66 จากลูกสวนกลับเร็ว อาร์กมองด์ ตราโอเร่ กระชากบอลมาถึงริมเส้นฝั่งซ้าย โยนเข้ากลางให้ เจมี่ แม็กกี้ ได้โหม่งโล่งๆคนเดียวบอลกระดอนลงพื้นพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่าย&amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เหลือแมนฯ ซิตี้พับสนามบุก จนเข้าสู่ช่วงทดเจ็บได้ลูกเตะมุม ดาวิด ซิลบา โยนมายังจุดนัดพบให้ เอดิน เซโก้ ขึ้นโขกเข้าไปตุงตาข่ายให้แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอเป็น 2&#45;2 ซึ่งตอนนี้แมนฯ ซิตี้ต้องการอีก 1 ประตูเพื่อการคว้าแชมป์&amp;nbsp;และเรื่องปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ก่อนหมดเวลาช่วงทดเจ็บแค่นาทีเดียว อเกโร่ ได้บอลที่หน้ากรอบเขตโทษ พาบอลหนีกองหลังเข้าไปยิงยัดเสาแรกให้แมนฯ ซิตี้ ชนะคิวพีอาร์ที่เหลือ 10 คน 3&#45;2 คว้าแชมป์ไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่สนามสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ซันเดอร์แลนด์ พบ แมนฯ ยู เริ่มได้ 20 นาที ฟิล โจนส์ โยนบอลจากกราบขวาเข้ามาที่หน้าปากประตู บอลผ่านกองหลังซันเดอร์แลนด์ หลุดมาเข้าหัวเวย์น รูนีย์ โหม่งตุงตาข่ายให้แมนฯ ยูชนะไป 1&#45;0 แต่ไม่พอสำหรับการคว้าแชมป์Credit: ข่าวสด&amp;nbsp;]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-14T01:56:53+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ท่านเซอร์รับทำใจเรือไม่ปล่อยแชมป์หลุดมือแน่</title>
				  <link>/223902_ท่านเซอร์รับทำใจเรือไม่ปล่อยแชมป์หลุดมือแน่</link>
				  <guid>/223902_ท่านเซอร์รับทำใจเรือไม่ปล่อยแชมป์หลุดมือแน่</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223902/Alex.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำใจยอมรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงไม่ปล่อยให้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หลุดมือแน่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำใจยอมรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงไม่ปล่อยให้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หลุดมือแน่ แต่ยังภาวนาลึกๆ ให้ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส บุกไปสร้างปาฎิหาริย์ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จในวันอาทิตย์นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม &quot;ปีศาจแดง&quot; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง จะทำแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลุดมือในฤดูกาลนี้ และ &quot;เรือใบสีฟ้า&quot; คงจะผิดหวังอย่างหนักแน่ หากไม่ได้กลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 44 ปี ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเวลานี้ สองทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ มีคะแนนเท่ากัน แต่ &quot;เรือใบสีฟ้า&quot; มีผลต่างประตูได้&#45;เสียที่ดีกว่าถึง 8 ลูก และเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลวันอาทิตย์นี้ ก็จะได้เปิดบ้านต้อนรับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ &quot;ปีศาจแดง&quot; ต้องบุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟอร์กูสัน กล่าวว่า &quot;เราทำได้แค่ทำตัวเองให้ดีที่สุด และพยายามคว้าชัยชนะให้ได้ หวังว่า จะมีอะไรบ้าๆ เกิดขึ้นกับ ซิตี้ คุณคงคิดว่า ซิตี้ จะชนะเช่นเดียวกับพวกเรา แต่ ซิตี้ จำเป็นต้องชนะ มันเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับพวกเขา เนื่องจาก การแพ้ในเกมแบบนี้เป็นเรื่องไม่สามารถจะเชื่อได้ และจะมีผลกระทบต่อพวกเขาอย่างยิ่ง&quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &quot;นี่จะเป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาล มันเยี่ยมต่อผู้ชมที่เป็นกลาง และสื่อมวลชน แต่เป็นเรื่องเจ็บปวดต่อทั้งสองทีม แต่ ซิตี้ จะเจ็บปวดมากกว่าหากพวกเขาเสียมันไป ซิตี้ อยู่ในฟอร์มที่ดี และทำได้เยี่ยมในบ้าน แต่คุณไม่สามารถรู้อะไรที่แน่นอนได้หรอก คุณคงหวังว่า จะมีอะไรบ้าๆ บางอย่างเกิดขึ้น&quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &quot;ควีนส์ปาร์ค กำลังต่อสู้เพื่ออยู่รอดใน พรีเมียร์ลีก พวกเขาลงทุนไปจำนวนมาก แต่บางทีนักเตะส่วนใหญ่ของพวกเขาอาจต้องถูกขึ้นบัญชีขายหากพวกเขาต้องตกชั้น นักเตะหลายรายมีรายได้ของพวกเขาราวครึ่งหนึ่งของที่ผมเก็บหอมรอมริบมาได้&quot; กุนซือชาวสกอตต์ กล่าวในที่สุด]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-12T02:10:54+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ฟัลเกาเบิ้ล! ถล่มบิลเบา3&#45;0ซิวยูโรปา</title>
				  <link>/223877_ฟัลเกาเบิ้ล&#45;ถล่มบิลเบา3&#45;0ซิวยูโรปา</link>
				  <guid>/223877_ฟัลเกาเบิ้ล&#45;ถล่มบิลเบา3&#45;0ซิวยูโรปา</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223877/Pa.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  ราดาเมล ฟัลเกา สุดฮอตหลังซัดคนเดียว 2 ประตูส่วนอีกลูกเป็นของ ดีเอโก้ ช่วยให้ แอต.มาดริด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ราดาเมล ฟัลเกา สุดฮอตหลังซัดคนเดียว 2 ประตูส่วนอีกลูกเป็นของ ดีเอโก้ ช่วยให้ แอต.มาดริด ชนะ แอธ.บิลเบา ไปได้แบบไม่ยากเย็น 3&#45;0 ซิวแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปครองได้สำเร็จ ในศึกยูโรปา ลีก เมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีกนัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2011&#45;12วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2555แอต.มาดริด (สเปน) 3 &#45; แอธ.บิลเบา (สเปน) 0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกมชิงดำของสองทีมจากสเปนในถ้วยยูโรปาที่บูคาเรสต์ ทาง แอต.มาดริด ที่ชนะมา 11 เกมติดต่อกันในรายการนี้ ไม่มี ติอาโก้ เมนเดส มิดฟิลด์ตัวรับชาวโปรตุกีส ที่ติดโทษแบน แต่ได้ กาบี เฟร์นานเดซ กองกลางกัปตันทีมพ้นโทษแบนในลีกกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในแดนกลางได้ อาร์ด้า ตูราน ที่เป็นแค่ตัวสำรองในลีกนัดล่าสุดหวนกลับมาเป็นตัวจริงผนึกกำลังร่วมกับ อาเดรียน โลเปซ และ ดีเอโก้ ช่วยกันปั้นเกมให้กับ ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกตัวอันตรายชาวโคลอมเบียน ที่ยิงไปแล้ว 10 ประตูจาก 14 เกมในรายการนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้าน แอธ.บิลเบา ได้ตัว ออสการ์ เด มาร์กอส กองกลางตัวเก่งพ้นโทษแบนในเกมยุโรปกลับมาช่วยทีม เช่นเดียวกับ ฆาบี มาร์ตีเนซ ที่พ้นแบนในลีกกลับมา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนั้นได้ เฟร์นานโด อมอเรเบียต้า กองหลังตัวสำคัญ และ อีเกร์ มูเนียอิน กองกลางตัวรุกคนเก่งหายเจ็บกลับมาลงเล่นได้โดยแดนหน้าส่ง เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ที่ซัดไป 7 ลูกจาก 13 เกมในรายการนี้ ยืนเป็นหน้าเป้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดเกมครึ่งแรกมาได้แค่สองนาที อาเดรียน โลเปซ ของแอต.มาดริด มีโอกาสขึ้นโขกบอลหลุดกรอบไป &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตราหมี มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 7 จากจังหวะที่ ราดาเมล ฟัลเกา ปั่นโค้งด้วยซ้ายบอลเลี้ยวเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลสุดคลาสสิคช่วยให้ แอต.มาดริด นำเร็ว 1&#45;0 และเป็นประตูที่ 28 ในการลงเล่นยูโรปา ลีก 29 นัด ของดาวยิงชาวโคลอมเบีย รวมทั้งเป็นประตูที่ 11 ในถ้วยยูโรปา ลีก ปีนี้ ขึ้นมานำเป็นดาวซัลโวสูงสุดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ่านมา 19 นาที บิลเบา ได้โอกาสเช่นกัน อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางตัวเก่งผ่านบอลให้กับ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ หวดด้วยขวาตามน้ำบอลโดนไม่เต็มหลุดกรอบออกไป &amp;nbsp; นาทีถัดมาเกมต้องหยุดลงครู่หนึ่ง เมื่อมีแฟนบอลวิ่งลงมาป่วนในสนาม ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยกันไล่จับได้และกลับมาเล่นกันต่อ &amp;nbsp; ผ่านมา 22 นาที อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางของบิลเบา ได้ใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมนี้ จากการไปฟาวล์ ดีเอโก้ จอมทัพของตราหมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเป็นโอกาสของบิลเบาที่น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ อีเกร์ มูเนียอิน กองกลางร่างเล็กตะบันจากระยะ 25 หลา ทว่า ติโบลต์ กูร์กตัวส์ นายทวารชาวเบลเยี่ยม ทิ้งตัวปัดออกไปได้ในนาทีที่ 24 &amp;nbsp; &amp;nbsp;สองนาทีให้หลัง ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงตัวเก่งของตราหมี รับใบเหลืองไปบ้าง จากการไปฟาวล์ อันเดร์ อีตูร์ราสเป้ &amp;nbsp;เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 34 แอต.มาดริด หนีห่าง 2&#45;0 จากจังหวะที่กองหลังบิลเบา เสียบอลทางขวาของเขตโทษจนโดน อาร์ด้า ตูราน ฉกไปได้แล้วปาดเข้ากลางให้ ราดาเมล ฟัลเกา หน้าประตู ก่อนจะโชว์ทักษะพลิกตัวดึงบอลหลอก จอน เอาร์เตเน็ตเซ่ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่สองของ ฟัลเกา ในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 7 ในการลงเล่นยูโรปา ลีก 6 เกมหลังสุด ตลอดจนเป็นประตูที่ 29 ในการลงเล่นยูโรปา ลีก 29 นัด ของดาวยิงชาวโคลอมเบียด้วย &amp;nbsp;นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ราดาเมล ฟัลเกา ลากตัดเข้าในแล้วยิงโค้งข้ามคานไป หมดครึ่งแรก แอต.มาดริด นำห่าง 2&#45;0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง บิลเบา เปลี่ยนเอา อินญิโก้ เปเรซ กับ อิไบ โกเมซ ลงมาเล่นแทน อิตูร์ราสเป้ และ จอน เอาร์เตเน็ตเซ่ ตามลำดับ &amp;nbsp;บิลเบา มีลุ้นก่อนในนาที 46 เมื่อ ฆาบี มาร์ติเนซ กองหลังของบิลเบา โหม่งข้ามคานไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาถึงนาทีที่ 51 ตราหมี ได้ลุ้นบ้าง ดีเอโก้ เก็บบอลได้แล้วซัดเรียดเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย เขยิบมานาทีที่ 59 อินญิโก้ เปเรซ กองกลางบิลเบา กึ่งยิงกึ่งผ่านบอลเข้ากรอบด้วย แต่ ติโบลต์ กูร์กตัวส์ นายทวารแอต.มาดริด ปัดทิ้งได้ปลายนิ้ว &amp;nbsp;บิลเบา เปลี่ยนคนสุดท้ายให้ กาอิซก้า โตเกโร่ ลงมาเสริมแนวรุกแล้วถอด อันเดร์ เอร์เรร่า ออกมาพักในนาทีที่ 63&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราหมี สวนขึ้นมาบ้างในนาทีต่อมา อาเดรียน โลเปซ ลากตัดเข้ามาซัดด้วยซ้ายบอลหลุดเสาไกลไป &amp;nbsp; เกมของแอต.มาดริด ดีขึ้น ดีเอโก้ ซัดฟรีคิกบอลโค้งข้ามคานไปในนาทีที่ 67 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 85 ดีเอโก้ โชว์แมนหลังเลี้ยงบอลแวกแนวรับ บิลเบา มาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดเรียดเสียบโคนเสา ตราหมี นำห่าง 3&#45;0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที แอต.มาดริด เอาชนะ แอธ.บิลเบา ไปได้ 3&#45;0 ผงาดครองแชมป์ยูโรปา ลีก ซีซั่นนี้ และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่สองในรอบ 3 ปีหลังสุดด้วย&amp;nbsp;]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-10T02:46:29+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>หงส์ล้างแค้นรัวสิงห์ชุดเล็ก 4&#45;1+ คลิปไฮไลท์</title>
				  <link>/223852_หงส์ล้างแค้นรัวสิงห์ชุดเล็ก&#45;4&#45;คลิปไฮไลท์</link>
				  <guid>/223852_หงส์ล้างแค้นรัวสิงห์ชุดเล็ก&#45;4&#45;คลิปไฮไลท์</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223852/144031736.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  ลิเวอร์พูล ลบความผิดหวังจากการพลาดแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนได้สำเร็จ &quot;หงส์แดง&quot; ลิเวอร์พูล ลบความผิดหวังจากการพลาดแชมป์ เอฟเอ คัพ  เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนได้สำเร็จ ด้วยการเปิดบ้านล้างแค้น &quot;สิงห์บลู&quot; เชลซี  ที่ส่งผู้เล่นตัวสำรองเกือบครึ่งสนามไปแบบเละเทะ 4&#45;1 ในเกมพรีเมียร์ชิป  อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พรีเมียร์ชิป อังกฤษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล 4&#45;1 เชลซี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ★★★ ไฮไลท์ฟุตบอล Liverpool 4&#45;1 Chelsea ★★★ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกมพรีเมียร์ลีก คืนวันอังคารที่ 8 พ.ค.  ถือเป็นเกมรีแมตซ์นัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูล อันดับ 9 ของตาราง  เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับ เชลซี อันดับ 6 เกมนี้เจ้าบ้านไม่มี สตีเวน  เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมแม้กระทั่งตัวสำรอง แต่กองหน้ายังมี แอนดี  คาร์โรล จับคู่ หลุยส์ ซัวเรซ ส่วนทีมเยือนส่งตัวสำรองลงสนามเพียบ รวมถึง  เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ได้เจอกับทีมเก่าด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มต้น 8 นาที ลิเวอร์พูล  ที่วันนี้สวมเสื้อพิเศษระบุโลโกใหม่สนับสนุนแคมเปญช่วยเหลือผู้พิการทางสาย ตา ของ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ เป็นฝ่ายทักทายก่อน เฮนเดอร์สัน ไหลบอลให้  ซัวเรซ แตะลอดขา เทอร์รี ก่อนลากเข้าไปยิงเองนอกเขตโทษ  แต่บอลหลุดออกเสาสองไปนิดเดียว ส่วนนาที 15 คาร์โรล ลองปั่นบอลทีเผลอ  แต่เหินข้ามคานออกไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&quot;สิงห์บลู&quot; ทำเสียวนาที 17 จังหวะ รามิเรส เปิดบอลจากมุมธงขวามือ  แล้วกองหลังหงส์แดงเหม่อปล่อยให้ อิวาโนวิช  เทกตัวโหม่งจ่อๆหน้าประตูแต่บอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่นาที 18  กลายเป็นเจ้าบ้านขึ้นนำ 1&#45;0 ซัวเรซ ลากบอลขึ้นมาจากริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเลี้ยงจี้เข้าหานายประตูจากบริเวณเส้นหลัง และจ่ายไปโดนขา เอสเซียง เข้าประตูไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เท่านั้นไม่พอ นาที 24 ลิเวอร์พูล ยิงเพิ่มอีกประตู จังหวะ มักซี  แทงบอลไปบริเวณที่เทอร์รี ยืนคุมอยู่แต่ดันลื่น กลายเป็นโอกาสให้  เฮนเดอร์สัน กระชากขึ้นไปยิงผ่านมือ เทิร์นบูล เข้าไปเป็น 2&#45;0 จากนั้นสกอร์ก็ไหลเพิ่มเป็น 3&#45;0 คาร์โรล โหม่งชงให้ แอกเกอร์ โขกเข้าไปแบบง่ายๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชลซียังตั้งตัวไม่ติดและเกือบเสียประตูอีกครั้ง นาที 33 เทอร์รี  โหม่งบอลพลาดกลายเป็น คาร์โรล เลี้ยงจี้เข้าหาประตูก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อ  แต่ เทิร์นบูล ยังเซฟได้ จากนั้นคล้อยหลังนาทีเดียว ตอร์เรส  เกือบยิงประตูทีมเก่าได้ จังหวะพักบอลหนึ่งจังหวะก่อนลากขึ้นไปยิงมุมแคบ  แต่บอลกระเด้งชนคานเหลือเชื่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนหมดเวลา &quot;หงส์แดง&quot; เกือบได้เฮกับประตูที่สี่ ซัวเรซ โหม่งชงให้  ดาวนิง จับหนึ่งจังหวะและกดด้วยซ้ายแบบไม่ลังเล แต่บอลย้อยกระเด้งคานออกไป  ต่อมา อิวาโนวิช ไปชักศอกใส่ คาร์โรล ในเขตโทษ  ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษพร้อมมอบใบเหลืองให้กับ อิวาโนวิช ทว่า ดาวนิง  ยิงชนเสา คาร์โรล วิ่งมาซ้ำก็พลาดออกหลัง จบครึ่งแรก เจ้าบ้านนำก่อน 3&#45;0 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครึ่งหลังผ่านมาถึงนาที 50 เชลซี ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1&#45;3 มาลูดา เปิดฟรีคิกเข้ามาให้ รามิเรส พักอกแล้วบอลกระเด้งเข้าประตู จากนั้น  ลิเวอร์พูล พยายามยิงคืน สเคอร์เทล เลี้ยงขึ้นมาจากริมเส้นฝั่งซ้าย  ก่อนตัดสินใจกดด้วยขวาเต็มข้อ แต่ไปติดบล็อคกองหลังของ &quot;สิงห์บลู&quot;  แต่แล้วเจ้าบ้านก็ทำสำเร็จยิงเป็น 4&#45;1 ช่วงนาที 60 เทิร์นบูล ออกบอลพลาดให้กับ เชลวีย์ ก่อนยิงสวนตูมเดียวเข้าไปแบบสวยงาม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นาที 72 โรเมอู ลูกากู กองหน้าที่ เชลซี เปลี่ยนลงมาแทนที่  สเตอริดจ์ ก็ได้โอกาสพังประตูจากลูกโหม่งระยะเผาขน แต่ เรนา  ปฏิกิริยายังยอดเยี่ยมเซฟไว้ได้หวุดหวิด ต่อมานาที 74 ลิเวอร์พูล  พลาดได้ประตูที่ห้า จอห์นสัน ตักบอลโด่งไปทางซ้ายให้ คาร์โรล  วอลเลย์เต็มข้อแต่บอลแป้กออกหลังไปแบบเหลือเชื่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท้ายเกม เคนนี ดัลกลิช กุนซือทีมเยือน ส่ง เดิร์ก เคาท์ และ ราฮีม  สเตอร์ลิง กองกลางดาวรุ่งลงสนามแทน ดาวนิง และ มักซี ซึ่ง สเตอร์ลิง  เกือบแจ้งเกิดหลังได้โอกาสซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคาน  และจากนั้นไม่มีฝ่ายใดยิงเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล ล้างแค้น เชลซี  ในบ้านนัดสุดท้ายได้สำเร็จ 4&#45;1 เก็บ 3 แต้ม พร้อมขยับขึ้นมาอันดับ 8 มี 52 แต้มเท่าฟูแลม แต่ประตูได้เสียดีกว่า ส่วน เชลซี มี 61 แต้ม รั้งที่ 6 เหมือนเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล :  เปเป เรนา,มาร์ติน สเคอร์เทล,เจมี คาร์ราเกอร์,แดเนียล แอกเกอร์,เกล็น  จอห์นสัน,จอนโจ เชลวีย์,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,มักซี โรดริเกซ,สจวต  ดาวนิง,แอนดี คาร์โรล,หลุยส์ ซัวเรซ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชลซี : รอส  เทิร์นบูล,จอห์น เทอร์รี,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,ไรอัน เบอร์ทรานด์,เปาโล  แฟร์เรรา,โอริออล โรเมอู,ฟลอรองต์ มาลูดา,มิเกล เอสเซียง,แดเนียล  สเตอริดจ์,รามิเรส,เฟร์นานโด ตอร์เรส]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-09T02:05:18+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ฉาวรายวัน!บาโลเล่นสเปรย์ไฟในโรงแรม</title>
				  <link>/223830_ฉาวรายวันบาโลเล่นสเปรย์ไฟในโรงแรม</link>
				  <guid>/223830_ฉาวรายวันบาโลเล่นสเปรย์ไฟในโรงแรม</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223830/0009.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังก่อเรื่องฉาวโฉ่ไม่เลิกล่าสุด &quot;เดลี่ เมล์&quot; สื่อชื่อดังของอังกฤษมาริโอ บาโลเตลลี่ ยังก่อเรื่องฉาวโฉ่ไม่เลิกล่าสุด &quot;เดลี่ เมล์&quot; สื่อชื่อดังของอังกฤษตีแผ่ภาพดาวยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังเล่นกับไฟภายในโรงแรมด้วยการฉีดสเปรย์ใส่ไฟแช็คและเป็นไปตามคาดโดนด่าตามหลังยับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองหน้ามาดกวนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษไม่มีชื่อลงเล่นเกมบุกชนะนิวคาสเซิ่ล 2&#45;0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแต่กลับมีภาพก่อเรื่องฉาวออกมาซึ่งน่าจะทำให้โรแบร์โต้ มันชินี้ กุนซือของทีมไม่พอใจอย่างหนักแน่หลังเจ้าตัวก่อวีรกรรมมาแล้วนับไม่ถ้วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า &quot;ซูเปอร์มาริโอ&quot; ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าห้องพักในโรงแรม 979 ปอนด์ (ราว 48,950 บาท) ต่อคืนช่วงที่บ้านพักกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมจากเหตุไฟไหม้ในวีรกรรมร่วมกับเพื่อนๆเล่นดอกไม้ไฟจนไหม้ห้องน้ำ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาโดยต้องจ่ายค่าซ่อมแซมบ้านมูลค่ามหาศาลกว่า 400,000 ปอนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่โฆษกสมาคมอุตสาหกรรมวัตถุไวไฟของอังกฤษออกมาเตือนสติบาโลเตลลี่ว่า&quot;อะไรที่เขาจะทำคือเรื่องที่โง่มาก&amp;nbsp; เพราะเปลวไฟสามารถย้อนกลับเข้าไปในกระป๋องและอาจจะเกิดระเบิดขึ้นได้&quot;]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-07T07:13:16+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>&#8220;สิงห์&#8221;แผ่วพ่ายสาลิกา 0&#45;2 + คลิปไฮไลท์</title>
				  <link>/223821_สิงห์แผ่วพ่ายสาลิกา&#45;0&#45;2&#45;คลิปไฮไลท์</link>
				  <guid>/223821_สิงห์แผ่วพ่ายสาลิกา&#45;0&#45;2&#45;คลิปไฮไลท์</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223821/836988-14277253-640-360.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  ชลซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก 0&#45;2เชลซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก 0&#45;2 โดย  &quot;สาลิกาดง&quot;รั้งอันดับ 5 มีแต้มเท่ากับ ท็อตแนมฮอตสเปอร์ บุกไปเอาชนะ โบลตัน  วันเดอร์เรอร์ส 4&#45;1 มี 65 แต้ม ตามหลัง อาร์เซนอล แต้มเดียว  ในศึกพรีเมียร์ ลีก คือวันพุธที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชลซี 0&#45;2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดคลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก เชลซี 0&#45;2 นิวคาสเซิล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกมพรีเมียร์ ลีก คู่สำคัญในการแย่งอันดับ 4 เพื่อพื้นที่ฟุตบอลยูฟา  แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า เชลซี อันดับ 6 เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์  ต้อนรับ นิวคาสเซิล ในอันดับ 6  เจ้าถิ่นเกมนี้หมุนเวียนผู้เล่นลงสนามหลายตำแหน่งแต่ยังคงมี เฟร์นานโด  ตอร์เรส ลงล่าตาข่าย และใช้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ ฟลอร็องต์ มาลูดา  ทำเกม ด้านทีมเยือนมี เดมบา บา และ ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ  หัวหอกผิวสีเป็นตัวชูโรง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาที แฟนเชลซีได้โอกาสลุ้นก่อน ตอร์เรส  กระชากขึ้นทางซ้ายจ่ายไซร์ก้อยมาถึง สเตอร์ริดจ์  วิ่งเข้าชาร์ตแต่ยิงไม่เต็มบอลพุ่งออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย กระทั่งนาที  19 เจ้าถิ่นผ่อนเกมลงและมาพลาดเสียประตู ดาวิเด ซานตอน ลากขึ้นมา  ก่อนจ่ายให้ เดมบา ซิสเซ  แต่งหนึ่งจังหวะก่อนหวดตูมเดียวบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม  นิวคาสเซิล ขึ้นนำ 1&#45;0 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกมของ &quot;สิงห์บลูส์&quot; ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น  ไม่มีโอกาสสร้างเกมรุกได้ตามถนัด ขณะที่ &quot;สาลิกาดง&quot;  อาศัยจังหวะทำชิ่งเร็วสร้างปัญหาให้เจ้าบ้านได้มากกว่า นาที 30 รามิเรส  ทำชิ่งกับ มาลูดา ก่อนกดยิงจากนอกกรอบแต่ก็ไม่ได้สร้งปัญหาให้ ทิม ครูล  จากนั้น 7 นาที ตอร์เรส พลิกหนี ซานตอน เปิดเข้ามาให้ มาลูดา  โขกคนเดียวนายทวารทีมเยือนได้แต่ยืนมองแต่บอลหลุดเสาออกไปน่าเสียดาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท้ายครึ่งแรก เชลซี เดินครึ่งลุยหนักและได้ลุ้นอีกครั้งจากเตะมุม  อิวาโนวิช โฉบโขกจากเสาแรกบอลยังเหินข้ามคานไปอีก แต่ก่อนหมดเวลาไม่นาน  เดมบา บา กดด้วยซ้ายเต็มๆ แต่ ปีเตอร์ เช็ก พุ่งปัดออกหลังไปนิดเดียว  จากลูกเตะมุม บา เจ้าเก่า วิ่งยิงแถวๆ  จุดโทษบอลพุ่งชนคานดังสนั่นรอดการเสียประตูหวุดหวิด  ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ ทีมเยือนนำ 1&#45;0 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลับมาเล่นครึ่งหลัง โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ แก้เกมโดยการเปลี่ยนเอา  ฆวน มาตา ลงมาเล่นแทน สเตอร์ริดจ์ ที่เล่นไม่ออก และเกือบได้ประตูตีคืน  ตอร์เรส เปิดไขว้มาเสาสอง มาลูดา แตะคืนให้ เมเรเลส  ยิงแป๊กออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้น มิเกล  ลากขึ้นมาส่งไกลจากนอกกรอบแต่ยังคลำเป้าไม่เจอบอลหลุดออกไปไม่ได้ลุ้น  เกมผ่าน 60 นาที &quot;สาลิกาดง&quot; ต้องมาเสีย ชีค ติโอเต  ห้องเครื่องตัวเก่งจากอาการบาดเจ็บ และใช่ ไรอัน เทย์เลอร์ ลงมาเล่นแทน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าถิ่นเปลี่ยนเอา ดร็อกบา ลงมาแทน มาลูดา หวังเสริมเกมรุก  และเดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที ดำเนินถึงนาที 76  เชลซีมาได้ลุ้นจากฟรีคิกของ ดร็อกบา ทว่า ครูล คว้าบอลไว้ได้ติดมือ นาที 80  แฟรงค์ แลมพาร์ด  ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาอีกคนเก็บตกได้จากเสาสองบอลพุ่งออกหลังไปอย่างน่า เสียดาย จากนั้น เชลซี  ขึงเกมรุกไว้ได้ต่อเนื่องแต่ยังไม่มีโอกาสเข้าจบสกอร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท้ายเกม เทอร์รี  ขึ้นมาลุ้นประตูจากลูกเตะมุมและน่าจะได้ประตูตีเสมอสุดๆ แต่ ซานตอน  ที่ยืนคุมเส้นโหม่งทิ้งออกมาได้แบบหวุดหวิด แต่แล้วช่วงทดเวลาเจ็บยาว 10  นาที ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ มาทำประตูสุดสวยส่งให้ &quot;สาลิกา&quot; นำห่าง 2&#45;0 และจบเกมด้วยสกอร์นี้ นิวคาสเซิล บุกมาชนะ เชลซี ได้เป็นครั้งแรก เชลซี มี  61 แต้มอยู่ที่ 6 ตามเดิมโอกาสลุ้นอันดับที่ริบหรี่ ขณะที่  ทีมเยือนหนีห่างออกไปเป็น 65 แต้ม รั้งอันดับ 5 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ ท็อตแนมฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 4 ที่ลงเตะในเวลาใกล้เคียงกันบุกถล่ม โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ทีมหนีตกชั้นในอันดับ 18 ได้ 4&#45;1 โดย ได้ ลูกา โมดริช เพลเมกเกอร์คนสำคัญ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ฟาร์ท และ เอมานูเอล  อเดบายอร์ ช่วยยิงคนละประตูให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญ อยู่อันดับ 4 มี 65  แต้มเท่ากับ นิวคาสเซิล แต่ลูกได้เสียดีกว่า ขณะที่ &quot;เดอะทรอตเตอร์&quot;  ยังเสี่ยงต่อการตกชั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชลซี &#45;  ปีเตอร์ เช็ก, จอห์น เทอร์รี, บรานิสลาฟ อีวาโนวิช, ไรอัน เบอร์ทรานด์,  โชเซ โบซิงวา, จอห์น โอบี มิเกล, ราอูล เมเรเลส, รามิเรส, ดาเนียล  สเตอร์ริดจ์, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ฟลอร็องต์ มาลูดา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นิวคาสเซิล &#45;  ทิม ครูล, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี, ไมค์ วิลเลียมสัน, ดาวิเด ซานตอน, เจมส์  เพิร์ช, ชีค ติโอเต, โยฮัน กาบาย, โจนาส กูเตียร์เรส, ฮาเตม เบน อาร์กฟา,  เดมบา บา, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซที่มา: manager.co.th]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-03T03:07:46+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>&#8220;ชุดขาว&#8221; ยำบิลเบา 3&#45;0 ซิวแชมป์ลาลีกา+คลิปไฮไลท์</title>
				  <link>/223819_ชุดขาว&#45;ยำบิลเบา&#45;3&#45;0&#45;ซิวแชมป์ลาลีกา&#45;คลิปไฮไลท์</link>
				  <guid>/223819_ชุดขาว&#45;ยำบิลเบา&#45;3&#45;0&#45;ซิวแชมป์ลาลีกา&#45;คลิปไฮไลท์</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223819/a1331b9de95.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  รีล มาดริด ฟอร์มแรง คว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน มาครองได้เป็นครั้งแรกในยุคของ โชเซ มูรินโญ่รีล มาดริด ฟอร์มแรงไม่ตกบุกไปยำใหญ่ แอธเลติก บิลเบา ที่เหลือ 10 คน 3&#45;0  ถึงถิ่น ซาน มาเมส เก็บเพิ่มเป็น 94 แต้ม พร้อมคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน  มาครองได้เป็นครั้งแรกในยุคของ โชเซ มูรินโญ่ ในศึกลาลีกา สเปน  คืนวันพุธที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟุตบอลลาลีกา สเปน  &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอธเลติก บิลเบา 0&#45;3 รีล มาดริดคลิปไฮไลท์ ลาลีกา แอธเลติก บิลเบา 0&#45;3 เรอัล มาดริด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกมลาลีกานัดที่ 36 แอธเลติก บิลเบา เปิดรัง ซาน มาเมส พบกับ รีล  มาดริด โดยเกมนี้หาก &quot;ราชัน ชุดขาว&quot; เอาชนะได้จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ทันที  โดยเจ้าถิ่นใช้ ออสการ์ เด มาร์กอส, กาอิสกา ตอร์เกโร และ เฟร์นานโด  ยอเรนเต เป็น 3 ประสานเกมรุก ส่วนจ่าฝูงส่ง คริสเตียโน โรนัลโด, เมซุต  โอซิล และ กอนซาโล อิกัวอีน เป็นแนวรุกล่าตาข่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มเกมมาเพียง 12 นาที มาดริด น่าจะได้ประตูขึ้นนำก่อน มาติเนซ  ทำแฮนด์บอลในเขตโทษและเป็น โรนัลโด รับหน้าที่สังหารแต่ อิไรซอซ  เดาทางถูกพุ่งปัดทิ้งไปได้ แต่แล้วนาที 16 มาดริดก็ฝ่ายออกนำไปก่อน เมซุต  โอซิล แทงบอลต่อให้ กอนซาโล อิกัวอีน บรรจงซัดด้วยขวาที่กรอบ 18  หลาบอลพุ่งผ่านมือ กอร์กา อิไรซอซ เข้าประตูไปแบบไม่ต้องเซฟ &quot;ชุดขาว&quot; ออกนำ 1&#45;0 จากนั้นอีก 3 นาที ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2&#45;0 อย่างรวดเร็ว โรนัลโด เปิดโค้งเข้ามาให้ โอซิล พุ่งเข้าชาร์ตหน้าประตูย้อนทางเข้าไปทางเสาสองง่ายๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นาที 25 อิกัวอีน ทำชิงให้ โรนัลโด เป็นฝ่ายได้ซัลโวบ้าง แต่หนนี้  อิไรซอซ พุ่งไปเซฟที่มุมเสาได้อย่างเหลือเชื่อ เข้าสู่นาที 33 โรนัลโด  เจ้าเก่า รับบอลยาวมาจาก เปเป ก่อนตะบันด้วยขวา ทว่า  นายทวารทีมเจ้าบ้านยังยืนตำแหน่งดีป้องกันประตูไว้ได้อีกหน ท้ายครึ่งแรก  บิลเบามีโอกาสไล่ตีเสอมจากลูกฟรีคิด อิไบ โกเมซ โยนเข้ามาให้ ฆาบี  มาร์ติเนซ โขกเน้นๆ แต่หลุดกรอบไปนิดเดียว จบ 45 นาทีแรก  เป็นทีมเยือนนำอยู่ 2&#45;0 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลับมาเล่นครึ่งหลัง ลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ เปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที  กระทั่งนาที 50 ชาบี อลอนโซ โยนลูกเตะมุมเข้ามากลางประตูให้ โรนัลโด  โขกจ่อๆ เข้าไปตุงตาข่ายไม่มีเหลือ บวกให้ มาดริด นำห่างเป็น 3&#45;0 จากนั้น 10 นาที โฆเซ กาเยฆอ ได้บอลชิ่งทะลุมาจาก อลอนโซ  ก่อนยิงไปติดเซฟของ อิไรซอซ แบบน่าเสียดาย  เจ้าถิ่นพยายามเปิดเกมสู้แต่ก็บดกับความแข็งแกรงของ &quot;ชุดขาว&quot; ไม่ไหว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินผ่าน 70 นาที เกมตกเป็นของ รีล มาดริด  ครองเกมบุกเข้าใส่ฝ่ายเดียว และ มาติเนซ โดนจับแฮนด์บอลอีกครั้ง  ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม กระทั่งนาที 86 โรนัลโด  ลองซัดฟรีคิก ด้วยขวาแต่แล้วบอลหลุดเสาสองออกไปไม่ถึง หลานาที 90 โรนัลโด  น่าจะยิงประตูที่สองของตนเองจากการผ่านบอลของ มาร์เซโล แต่ อิไรซอซ  ยังเซฟได้ยอดเยี่ยมกว่า จบเกมเป็น รีล มาดริด บุกมาชนะ 3&#45;0 มี 94 คะแนน มูรินโญ่ พาลูกทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอธเลติก บิลเบา &#45; กอร์กา อิไรซอซ, มิเกล ซาน โฆเซ, อินิโก เปเรซ, บอร์ฆา เอกิซา, จอน  เอาร์เตเนตเซ, ฆาบี มาร์ติเนซ, อิไบ โกเมซ, มาร์เกล ซูซาเอตา, ออสการ์ เด  มาร์กอส, กาอิสกา ตอร์เกโร, เฟร์นานโด ยอเรนเต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รีล มาดริด &#45;  อีเกร์ คาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, เปเป, ฟาบิโอ โคเอนเทรา, อัลบาโร  อาร์เบลัว, ซามี เคดิรา, ชาบี อลอนโซ, คริสเตียโน โรนัลโด, โฆเซ กาเยฆอน,  กอนซาโล อิกัวอีน, เมซุต โอซิล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลฟุตบอล ลาลี กา สเปน คู่อื่นๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอตเลติโก มาดริด 1&#45;1 รีล โซเซียดัต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 กาบี น.54, 1&#45;1 คาร์ลอส เวลา น.90] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาร์เซโลนา 4&#45;1 มาลากา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 คาร์เลส ปูโยล น.14, 1&#45;1 ซาโลมอน รอนดอน น.26, 2&#45;1 ลีโอเนล เมสซี น.35, 3&#45;1 ลีโอเนล เมสซี น.59, 4&#45;1 ลีโอเนล เมสซี น.64] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาญอกา 1&#45;0 ราโย บาเยกาโน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 กอนซาโล คาสโตร น.62] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เซบียา 1&#45;2 รีล เบติส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 อัลวาโร เนเกรโด น.5, 1&#45;1 เบนัท น.43, 1&#45;2 เบนัท น.90] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รีล ซาราโกซา 1&#45;0 เลบันเต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 เอดู โอริออล น.11] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอธ.บิลเบา 0&#45;3 รีล มาดริด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[0&#45;1 กอนซาโล อิกวาอีน น.16, 0&#45;2 เมซุต โอซิล น.20, 0&#45;3 คริสเตียโน โรนัลโด น.50] &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาเลนเซีย 4&#45;0 โอซาซูนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[1&#45;0 อริซ อดูริซ น.76, 2&#45;0 โจนาส กอนเชาเวส น.83, 3&#45;0 อริซ อดูริซ น.87, 4&#45;0 โจนาส กอนเชาเวส น.88]ที่มา: manager.co.th]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-03T02:43:09+00:00</dc:date>
				</item>
			
				<item>
				  <title>ลีกไม่เน้น! &#8220;หงส์สำรอง&#8221; พ่ายฟูแลม 0&#45;1+ คลิปไฮไลท์</title>
				  <link>/223817_ลีกไม่เน้น&#45;หงส์สำรอง&#45;พ่ายฟูแลม&#45;0&#45;1&#45;คลิปไฮไลท์</link>
				  <guid>/223817_ลีกไม่เน้น&#45;หงส์สำรอง&#45;พ่ายฟูแลม&#45;0&#45;1&#45;คลิปไฮไลท์</guid>
				  <enclosure url="http://sh.files-media.com//ud/news/imgs/1/75/223817/55500000570050.jpg" type="images/jpeg"></enclosure>
				  <description><![CDATA[
			
			  ฟูแลม ทำสถิติบุกมาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ที่แอนฟิลส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟูแลม ทำสถิติบุกมาชนะ ลิเวอร์พูล  ได้ที่แอนฟิลส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 1&#45;0 ซึ่ง &quot;หงส์แดง&quot;  จัดผู้เล่นชุดสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ ผลเกมนี้ทำให้ &quot;เจ้าสัวน้อย&quot;  เก็บเพิ่มเป็น 41 แต้มทำกับ ลิเวอร์พูล แต่เป็นรองลูกได้เสีย  ในศึกพรีเมียร์ ลีก คืนวันอังคารที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล 0&#45;1 ฟูแลมคลิปไฮไลท์ ลิเวอร์พูล 0&#45;1 ฟูแล่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  









&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำวัน อังคารที่ 1 พฤษภาคม  ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 8 เปิดรังแอนฟิลส์ ต้อนรับ ฟูแลม อันดับ 9  ที่ต้องการชนะเพื่อทำแต้มทำกับ &quot;หงส์แดง&quot;  เจ้าถิ่นเกมนี้พักตัวหลักไว้ข้างสนามเพื่อเก็บไว้เล่นเกมเอฟเอ คัพ โดยวาง  แอนดี แคร์โรลล์ ค้ำเป็นตัวเป้า และมี เดิร์ก เคาท์ กับ มักซี โรดริเกวซ  คอยทำเกม ส่วนทีมเยือน จัดทัพชุดใหญ่โดยมี ดาเมียน ดัฟฟ์, คลินท์ เดมป์ซีย์  และ มุสซา เดมเบเล เป็นตัวชูโรง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ออกสตาร์ทมาเพียง 5 นาที เป็น &quot;เจ้าสัวน้อย&quot;  ที่พลิกออกนำไปก่อนชนิดช็อกแฟนเจ้าถิ่น จากจังหวะที่ ลิเวอร์พูล  เสียบอลในแดนกลาง เป็น เดมป์ซีย์ จ่ายเร็วให้กับ ยอห์น อาร์เน รีเซ  ที่เติมขึ้นมาทางซ้ายตะบันกึ่งยิงกึ่งผ่านเต็มเท้า บอลแฉลบหน้าอกของ  มาร์ติน สเคอร์เทล กระดอนเข้าประตูไปแบบมีโชค ทีมเยือนขึ้นนำ 1&#45;0 เจ้า ถิ่นน่าตีเสมอได้ 2 ครั้งซ้อน จากลูกโขกฟรีคิก ของ สเคอร์เทล  ทว่าบอลหลุกกรอบไป จอร์แดน เฮนเดอร์สัน  ได้ยิงจากนอกกรอบอีกทีบอลยังโด่งข้ามคานอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล ยังเดิเกมรุกต่อเนื่อง นาที 27 เดิร์ก เคาท์  โยนจากฝั่งขวาเข้ามาหน้าประตู มาร์ก ชวาร์เซอร์ รับบอลพลาดหลุดมือมาเข้าทาง  มักซี โรดริเกวซ ไหลต่อให้ จอนโจ เชลวีย์ ยิงเต็มแรงแต่บอลไปติด เบรเด  ฮันเกลันด์ ที่ลงไปยืนคุมเส้นอย่างน่าเหลือเชื่อ 3 นาทีถัดมา  การประสานงานของคู่หัวหอก แอนดี แคร์โรลล์ โขกชงต่อให้ เดิร์ก เคาท์  ตามขึ้นมากดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่ มาร์ก ชวาร์เซอร์  ยังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมอีกหน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก &quot;หงส์แดง&quot; โหมบุกหนัก มักซี  ได้ยิงก่อนแต่บอลถากเสาสองออกไปไม่ไกล จากนั้น แคร์โรลล์ จ่ายต่อให้  เชลวีย์ กดมุมแคบทางซ้ายบอลยังไม่ตรงกรอบ กระทั่ง ฟาบิโอ ออเรลิโอ  โยนโค้งจากกราบซ้ายมาให้ แคร์โรลล์ ดางยิงเจ้าเวหาพุ่งโหม่งเต็มแรง  ทว่าไม่มีโชค บอลเข้าไปตรงตัวของ ชวาร์เซอร์ รับไว้ได้หวุดหวิด จบ 45  นาทีแรก เป็น ฟูแลม นำอยู่ 1&#45;0 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มครึ่งหลังมา 4 นาที เจย์ สเปียริง  กระชากขึ้นมาหาจังหวะสับไกจากนอกกรอบ บอลพุ่งหน้ากลัว  แต่ยังไม่ดีพอที่จะผ่านมือนายทวารทีมเยือนเข้าประตูไปได้นาที 57  บอลยาวจากแดนหลังสาดโด่งขึ้นมาให้ มักซี ควบขึ้นมาก่อนล็อกหนี อารอน ฮิวจ์ส  กำลังจะง้างยิงแต่ เบรเด ฮันเกลันด์  ยังตามมาพุ่งบล็อกทิ้งได้อย่างยอดเยี่ยม ถัดมา 3 นาที ฟูแลม  เกือบได้ประตูนำห่าง คาริม ฟราย  ตัวสำรองหาจังหวะยิงด้วยขวาบอลพุ่งชนเสาเหลี่ยมนอกออกหลังไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกมครึ่งโต้กันสนุก นาที 62 ยอห์น อาร์เน รีเซ รับบอลจาก เดมเบเล  ก่อนกดด้วยอีซ้าย บอลยังไปติดเซฟของ โดนี บ้างเหมือนกัน นาทีถัดมา  แคร์โรลล์ ได้โหม่งจากลูกเปิดของ ออเรลิโอ  เจ้าเก่าแต่บอลพุ่งถากเสาออกไปน่าเสียดาย  แต่แล้วเกมเจ้าถิ่นเริ่มเงียบลงไปเรื่อยๆ กระทั่งนาที 78 ฟราย จ่ายทะลุให้  เดมป์ซีย์ หลุดเดี่ยวก่อนเอียงตัวแปเล่นทางไปเสาสอง แต่ โดนี  อ่านทางพุ่งไปปัดทิ้งได้แบบสุดตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วง 10 นาที สุดท้าย บุกได้ไม่เหมือนเก่า  โดยอาศัยลูกโยนยาวเข้าไปลุ้นหน้ากรอบเขตโทษแต่ก็ไม่สามารถกดดันแนวรับ  &quot;เจ้าสัวน้อย&quot; ได้ โดยมาได้ลุ้นจากฟรีคิกช่วงทดเจ็บจาก เชลวีย์  แต่ข้ามคานออกไป ทำให้จบเกม เป็น ฟูแลม บุกมาเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล  ชุดเล็กได้ถึงถิ่น 1&#45;0 เก็บ 3 แต้มเพิ่มมาเป็น 41 แต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ยังเป็นรองลูกได้เสียอยู่ในอันดับ 9 ขณะที่ &quot;หงส์แดง&quot; อยู่ที่ 8 เท่าเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล &#45;  อเล็กซานเดอร์ โดนี, เซบาสเตียน โคอาเตส, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟาบิโอ  ออเรลิโอ, มาร์ติน เคลลี, จอนโจ เชลวีย์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจย์  สเปียริง, เดิร์ก เคาท์, แอนดี แคร์โรลล์, มักซี โรดริเกวซ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟูแลม &#45;  มาร์ก ชวาร์เซอร์, เบรเด ฮันเกลันด์, อารอน ฮิวจ์ส, ยอห์น อาร์เน รีเซ,  สตีเฟน เคลลี, แดนนี เมอร์ฟีย์, อเล็กซานเดอร์ คาคานิคคิล, พาเวล  โพเกรบเนียค, ดาเมียน ดัฟฟ์, คลินท์ เดมป์ซีย์, มุสซา เดมเบเล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่อื่นๆ  &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สโต๊ค ซิตี 1&#45;1 เอฟเวอร์ตัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[0&#45;1 ปีเตอร์ เคราช์ น.45, 1&#45;1 คาเมรอน เจอโรม น.69 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิเวอร์พูล 0&#45;1 ฟูแลม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;[0&#45;1 มาร์ติน สเคอร์เทล น.5(ทำเข้าประตูตัวเอง)]ที่มา: manager.co.th]]></description>
				  <dc:subject>ข่าวกีฬา, ข่าวกีฬา</dc:subject>
				  <dc:date>2012-05-02T03:41:24+00:00</dc:date>
				</item>
			
			
			
			
			
			
			
			
			
			
			
    
    </channel>
</rss>
